วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บันทึกครั้งที่ 11
วันอังคาร ที่ 18 ตุลาคม พ. ศ.  2559  เวลา 08.30 - 12.30 น.
คุณครู ให้นำเสนอของเล่นที่ทำเป็นกลุ่มที่คุณครูให้กลับไปปรับเปลี่ยนแก้ไข
กลุ่มที่ 1 รางลูกกลิ้ง เป็นการไหลตามแรงโน้มถ่วงของโลก เมื่อพื้นที่มีความลาดเอียงจะทำให้วัตถุ ไหลไปตามความชันของพื้นที่
กลุ่มที่ 2 เป่าถุงตุ๊กตา เป็นการเป่าลมผ่านหลอดเข้าไปในถุง ทำให้ถุงพอง เมื่อดูดลมออก ถุงก็จะแสบ
กลุ่มที่ 3 กระดานลูกกลิ้ง
จากนั้น เป็นการนำเสนอกิจกรรม กิจกรรมกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน และคุณครูให้คิดหน่วยการสอน ที่สอดคล้องกับสาระสำคัญของเด็กปฐมวัย และเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เมื่อแต่ละกลุ่มคิดเสร็จแล้ว ให้เขียนลงในกระดาษบรู๊ฟ ทำเป็นมายแม็บปิ้งตามเส้นสมอง แตกไปตามหัวข้อ
หัวข้อที่ 1 คือ ชนิด/ประเภท
หัวข้อที่ 2 ลักษณะหรือส่วนประกอบ
หัวข้อที่ 3 เป็นปัจจัย
หัวข้อที่ 4 ประโยชน์
หัวข้อที่ 5 ข้อควรระวัง
แต่ละกลุ่ม คิดหน่วยการสอน ดังนี้
กลุ่มที่ 1 หน่วยไข่
กลุ่มที่ 2 หน่วยยานพาหนะ
กลุ่มที่ 3 หน่วยต้นไม้
กลุ่มที่ 4 หน่วยผลไม้
กลุ่มที่ 5 หน่วยปลา
กลุ่มที่ 6 หน่วยดอกไม้
กลุ่มที่ 7 อากาศรอบตัวฉัน
ทักษะที่ได้รับ
-                   การทำงานร่วมกับผู้อื่น
-                   การลงมือปฏิบัติอย่างเป็นระบบ
-                   ทักษะการเขียนมายแมพปิ้ง
-                   ทักษะการคิด
-                   ทักษะการนำเสนอ
เทคนิคการสอน
-                   ทบทวนความรู้
-                   บรรยาย
-                    เปิดโอกาสให้นักศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง
-                   ให้ทำกิจกรรมจากประเด็นปัญหา
-                    ให้นักศึกษานำเสนองาน
-                   ให้นักศึกษาทำกิจกรรมร่วมกัน
การนำไปประยุกต์ใช้
-                   นำไปจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กได้
-                   ประดิษฐ์สื่อการสอนทางวิทยาศาสตร์ได้
-                   มีวิธีการสอนเรื่องของรมให้กับเด็กได้

การประเมินผล
ประเมินตนเอง เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน
ประเมินเพื่อน เพื่อนตั้งใจฟังคุณครูอธิบายรายละเอียดของรายวิชาอย่าง เรียบร้อย
ประเมินคุณครู คุณครูเปิดโอกาสให้นักศึกษา ศึกษาด้วยตนเอง
การสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม
การมีระเบียบวินัยต่อตนเอง
การมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง
บันทึกครั้งที่ 10
วัน อังคาร ที่ 10 ตุลาคม พ. ศ. 2559 เวลา 08.30 - 12.30 น.

คุณครูให้เขียน โครงสร้างวิธีการประดิษฐ์ของเล่นของตนเองลงในกระดาษ โดยใช้คำที่เข้าใจง่ายกระชับได้ใจความ แล้วให้นำวิธีการทำของเล่นของตนเองไปติดที่กระดานหน้าห้องเรียน
จากนั้นคุณครูให้แบ่งกลุ่มกลุ่มละ 8 คน แล้วให้ระดมความคิด เพื่อเลือกของเล่นมา 1 ชิ้นเพื่อจะนำไปจัดกิจกรรมให้กับเด็กโดยทำวีดีโอขั้นตอนการทำของเล่นและลงในเว็บไซต์ youtube กลุ่มของดิฉันเลือกของเล่นการดีดจากไม้ไอติมเพราะมีวิธีการทำไม่ซับฟ้อน เด็กสามารถเข้าใจใจง่าย
ทักษะที่ได้รับ 
-                   การทำงานร่วมกับผู้อื่น
- ทักษะการนำเสนอ
- ทักษะการออกแบบ
- ทักษะการเขียน
- ทักษะการคิดสร้างสรรค์
- ทักษะการใช้เทคโนโลยี
เทคนิคการสอน
       ทบทวนความรู้
-                   บรรยาย
-                   เปิดโอกาสให้นักศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง
-                   ให้ทำกิจกรรมจากประเด็นปัญหา
-                   ให้นักศึกษานำเสนองาน
              ให้นักศึกษาทำกิจกรรมร่วมกัน
การนำไปประยุกต์ใช้
-                   นำไปจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กได้
-                   ประดิษฐ์สื่อการสอนทางวิทยาศาสตร์ได้
-                   มีวิธีการสอนเรื่องของรมให้กับเด็กได้

การประเมินผล
ประเมินตนเอง เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน
ประเมินเพื่อน เพื่อนตั้งใจฟังคุณครูอธิบายรายละเอียดของรายวิชาอย่าง เรียบร้อย
ประเมินคุณครู คุณครูเปิดโอกาสให้นักศึกษา ศึกษาด้วยตนเอง
การสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม
การมีระเบียบวินัยต่อตนเอง
การมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง
บันทึกครั้งที่ 7
วัน อังคาร ที่ 20 กันยายน พ. ศ. 2559 เวลา 08.30 - 12.30 น.

คุณครูให้นักศึกษาคัดลายมือ ก - ฮ 

คุณครูนำตัวอย่างของเล่นที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของภาพมาให้นักศึกษาดู
และมีกิจกรรม การทำภาพ 3 มิติด้วยตัวเอง โดยวาดมืดของตนเองลงในกระดาษเอสี่ แล้วลากเส้นไปเรื่อยๆให้เต็มมือที่วาดไว้


ต่อมานำเสนอของเล่นทางวิทยาศาสตร์เป็นงานกลุ่ม
1 บ้านผีสิง
2 กล้องโพลิสโคป
3 กล้องสะท้อนภาพ
4 เบ็ดตกปลา
5 ไฟฉายมหาสนุก
6 รางลูกกลิ้ง
ผลงานวันนี้




ทักษะที่ได้รับ
- ทักษะการนำเสนอ
- ทดสอบการประดิษฐ์
- ทักษะการสังเกต ทักษะการทดลอง
- ทักษะการคิดสร้างสรรค์
เทคนิคการสอน
- ให้นักศึกษาฝึกคัดลายมือ
- การบรรยาย ยกตัวอย่างและสาธิต
- ทำการทดลองให้นักศึกษาได้สังเกต
การนำไปประยุกต์ใช้
-                   นำไปจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กได้
-                   ประดิษฐ์สื่อการสอนทางวิทยาศาสตร์ได้
-                   มีวิธีการสอนเรื่องของรมให้กับเด็กได้

การประเมินผล
ประเมินตนเอง เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน
ประเมินเพื่อน เพื่อนตั้งใจฟังคุณครูอธิบายรายละเอียดของรายวิชาอย่าง เรียบร้อย
ประเมินคุณครู คุณครูเปิดโอกาสให้นักศึกษา ศึกษาด้วยตนเอง
การสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม
การมีระเบียบวินัยต่อตนเอง
การมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง
บันทึกครั้งที่ 6
วันอังคารที่ 13 กันยายน พ. ศ. 2559 เวลา 08.30 - 12.30 น.

คุณครูให้นักศึกษาคัดลายมือพยัญชนะ ก - ฮ แบบหัวกลมตัวเหลี่ยม


คุณครูยกตัวอย่างของเล่นวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยและอธิบายเกี่ยวกับสาระวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยด้วยของเล่นวิทยาศาสตร์แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1 ของเล่นที่เอามาใช้ในเชิงทดลอง
2 ของเล่นที่นำมาปฏิบัติเด็กทำเองได้
3 ของเล่นที่นำ เข้ามุมประสบการณ์เป็นของเล่นที่เล่นได้หลายครั้ง
มาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับเด็กปฐมวัย
สาระที่ 1 ชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต
สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
สาระที่ 3 สารและสมบัติของสาร
สาระที่ 4 แรงและการเคลื่อนที่ 
สาระที่ 5 พลังงาน
สาระที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก
สาระที่ 7 ดาราศาสตร์และอวกาศ
สาระที่ 8 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ทักษะที่ได้รับ 
- ทักษะการออกแบบ
- ทักษะการเขียน 
- ทักษะการดู 
- ทักษะการศึกษาหาความรู้
- ทักษะการมีความคิดสร้างสรรค์
- ทักษะการใช้เทคโนโลยี
เทคนิคการสอน
-                   ทบทวนความรู้
-                   บรรยาย
-                   เปิดโอกาสให้นักศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง
-                   ให้ทำกิจกรรมจากประเด็นปัญหา
-                   ให้นักศึกษานำเสนองาน
การนำไปประยุกต์ใช้
-                   นำไปจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กได้
-                   ประดิษฐ์สื่อการสอนทางวิทยาศาสตร์ได้
-                   มีวิธีการสอนเรื่องของรมให้กับเด็กได้
การประเมินผล
ประเมินตนเอง เข้าเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน
ประเมินเพื่อน เพื่อนตั้งใจฟังคุณครูอธิบายรายละเอียดของรายวิชาอย่าง เรียบร้อย
ประเมินคุณครู คุณครูเปิดโอกาสให้นักศึกษา ศึกษาด้วยตนเอง
การสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรม
การมีระเบียบวินัยต่อตนเอง
การมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2559



แนวคิดในการจัดงาน
งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีและของประเทศ จัดขึ้นเพื่อร่วมเทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย และพระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทยและพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมจากความร่วมมือของหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ทั้งในและต่างประเทศ แสดงถึงศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีที่นำสมัย สามารถสร้างความตื่นเต้น สร้างแรงบันดาลใจ และความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์แก่สังคมไทย โดยเป็นโอกาสที่ประชาชนและเยาวชนทั่วไปจะได้เข้าถึงข้อมูลความรู้ ได้รับประสบการณ์ และมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่สนุกสนาน ซึ่งจะก่อให้เกิดทัศนคติเชิงบวก กระตุ้นการคิดและการตั้งคำถาม และนำไปสู่การเป็นผู้รักการเรียนรู้ตลอดชีวิตทางวิทยาศาสตร์ต่อไป รูปแบบของกิจกรรมในงานคล้ายเทศกาลวิทยาศาสตร์ (science festival) ในหลายประเทศ คือประกอบด้วย การจัดนิทรรศการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในรูปแบบทันสมัยที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมมีส่วนร่วม (interactive exhibition) โดยเน้นหัวข้อที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (New S-Curve) นอกจากนี้ยังนำเสนอประเด็นการเปลี่ยนแปลงของวิกฤตโลก เช่น ภาวะโลกร้อนกับความหลากหลายทางชีวภาพ วิทยาศาสตร์สุขภาพ และอื่น ๆ โดยเป็นการรวมพลังของหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทย เพื่อจัดแสดงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ผลงานการวิจัย เทคโนโลยีและนวตกรรมของประเทศไทยและต่างประเทศ การประกวดและแข่งขันทางวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนและประชาชน กิจกรรมการเรียนรู้แบบ Hands-on ในแนวทางสะเต็มศึกษาสำหรับทุกช่วงวัย การประชุม สัมมนา อภิปราย ฝึกอบรมทางวิทยาศาสตร์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการแสดงสินค้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ในปี 2559 กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กำหนดจัด งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจำปี 2559 หรือ National Science and Technology Fair 2016 ภายใต้แนวคิดหลัก (Theme) “จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีแห่งนวัตกรรม

วัตถุประสงค์
1. เพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยผู้ทรงเป็น พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย
2. เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัยและพัฒนาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั้งในประเทศและนานาชาติ
3. เพื่อกระตุ้นความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของคนไทย
4. เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอาชีพด้านวิทยาศาสตร์แก่เยาวชนและประชาชนทั่วไป

วันเวลาและสถานที่
ระหว่างวันที่ 18 -28 สิงหาคม 2559
เปิดให้บริการระว่างเวลา 9.00 – 19.00 น. (เข้าชมฟรี)
ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค (Hall 2-8) เมืองทองธานี

นิทรรศการประกอบด้วย
1. พระอัจฉริยภาพ พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทยและพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2. นิทรรศการกลาง
นำเสนอประเด็นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่กำลังอยู่ในความสนใจของประชาชน หรือมีความสำคัญ มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่และการพัฒนาประเทศในอนาคต ซึ่งควรสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนและเยาวชน โดยในปี 2559 มีนิทรรศการพิเศษ อาทิ
นิทรรศการนวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ
นิทรรศการยานยนต์แห่งอนาคตและการขนส่ง
นิทรรศการการแพทย์ในยุคดิจิทัล
นิทรรศการอนาคตเทคโนโลยีชีวภาพโลก (World Biotech Tour)
นิทรรศการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับความหลากหลายทางชีวภาพ
นิทรรศการมหัศจรรย์แห่งวิทยาศาสตร์ เรื่องของ ไข่
นิทรรศการในปีสากลของ UNESCO ถั่วพัลส์ ความหวังของประชากรโลก
3. กิจกรรมวิทยาศาสตร์ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในแนวทางสะเต็มศึกษา
กิจกรรมพื้นที่นักนวัตกรรม จากความคิดสร้างสรรค์ สู่ผลงานสิ่งประดิษฐ์ ( FAB LAB & Maker’s space )
กิจกรรมห้องทดลองวิทยาศาสตร์สำหรับครอบครัวและเยาวชน
กิจกรรมลานประกวดแข่งขัน เครื่องบินกระดาษพับ
กิจกรรมลานปลูกฝังปัญญาเยาว์ สำหรับพัฒนาทักษะกระบวนการคิดของเด็กก่อนวัยเรียนในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย
ห้องฉายภาพยนตร์วิทยาศาสตร์
การแสดงทางวิทยาศาสตร์
การประกวดแข่งขันตอบปัญหา มอบรางวัล
4. นิทรรศการศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศไทย
แสดงผลงานความก้าวหน้าด้านการวิจัย การประดิษฐ์คิดค้น นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกิจการด้านต่าง ๆ ของประเทศ จัดแสดงโดยหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ในประเทศไทย จากสถาบันวิจัย สมาคม สถาบันการศึกษา และกระทรวง ทบวง กรม
ผลงานวิจัยของหน่วยงานวิจัยของกระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ กระทรวงกลาโหม ฯลฯ
โครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน โดยคลินิกเทคโนโลยีของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และมหาวิทยาลัยเครือข่าย
ผลงานชนะเลิศเครื่องจักร เครื่องยนต์ และนวัตกรรมจากการประกวดเทคโนโลยีของไทย
ผลงานดีเด่นด้านวิทยาศาสตร์ ของนักเรียน นักศึกษา นักวิจัย
การเชิดชูเกียรติผู้บำเพ็ญประโยชน์ในสาขาวิทยาศาสตร์ ผู้ได้รับรางวัลพระราชทานประจำปี รวมทั้งผู้เป็นบุคคลตัวอย่างด้านวิทยาศาสตร์ เช่น นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ครูวิทยาศาสตร์ดีเด่น เป็นต้น
5. การประชุม สัมมนา และการถ่ายทอดเทคโนโลยี
ประกอบด้วยการประชุมระดับชาติและระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์และนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ ของประเทศและภูมิภาค อาทิ
การประชุมด้านนโยบายวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคอาเซียน ASEAN STI Forum
การประชุมความร่วมมือเพื่อพัฒนาเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์ในภูมิภาคอาเชียน ASEAN +3 for Gifted in Science
การบรรยายเกี่ยวกับพระอัจฉริยะภาพทางวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
การจัดอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อการประกอบอาชีพสำหรับชุมชน

สรุปบทความ


บทความเรื่อง  การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย 
โดย  มิสวัลลภา  ขุมหิรัญ 
หลักการและความสำคัญ 
    วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์ ตลอดชีวิตของทุกคนต่างก็มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น  การเรียนรู้วิทยาศาสตร์จึงมีความสำคัญที่จะทำให้คนได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะที่สำคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูลที่หลากหลายและ มีประจักษ์พยานที่ตรวจสอบได้ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ช่วยให้คนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติและเทคโนโลยีที่มนุษย์ขึ้น รวมถึงการนำความรู้ไปใช้อย่างสร้างสรรค์ มีเหตุผล มีคุณธรรม นอกจากนี้ยังช่วยให้คนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ การดูแลรักษาตลอดจนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน 
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ควรเน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมมีประสบการณ์ตรง ได้ลงมือปฏิบัติจริงโดยมีครูเป็นผู้ตอบสนองความสนในของเด็กและส่งเสริมการจัดโครงสร้างความคิดจากประสบการณ์ เพื่อพัฒนามุมมองและความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงการส่งเสริมทัศนคติเกี่ยวกับการดูแลและมีความรับผิดชอบที่รักษาสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวอย่างเหมาะสมตามวัย 
อย่างไรก็ตาม การจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยยังไม่ได้รับการส่งเสริมให้แพร่หลายอาจเนื่องด้วยการศึกษาปฐมวัยมิได้เป็นการศึกษาภาคบังคับและในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยได้กำหนดกรอบสาระของหลักสูตรไว้กว้างๆทำให้สาระของการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไม่มีความชัดเจน สสวท.จึงร่วมกับกลุ่มนักวิชาการ พัฒนากรอบมาตรฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัยขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมและพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยที่สอดคล้องกับหลักสูตรปฐมวัย พุทธศักราช 2546 และอยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานการเรียนรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 โดยมีหลักในการเลือกเนื้อหา 3 ประการดังนี้ 
1.ขอบเขตเนื้อหาวิทยาศาสตร์ 
2.ความเหมาะสมต่อพัฒนาการและความสามารถในการเรียนรู้ของเด็ก 
3.สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ 
ทั้งนี้มีจุดมุ่งหมายให้ครูผู้สอนได้นำไปจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาความรู้ รวมถึงการพัฒนากระบวนการคิด กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการแก้ปัญหา ตลอดจนมีจิตวิทยาศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยและเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการศึกษาในระดับต่อไป 
เป้าหมายสำคัญในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์คือ 
1.แสดงความตระหนักรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้นผ่านการลงมือปฏิบัติ การสำรวจ การสังเกต การตั้งคำถาม และการแลกเปลี่ยนสิ่งที่ค้นพบ 
2.ดำเนินการสืบเสาะหาความรู้อย่างๆด้วยตนเอง อย่างเสรีและตามแยกที่กำหนดให้ 
3.แสดงความเข้าใจและรู้จักดูแลรักษาธรรมชาติ 
4.สืบค้นและสนทนาเกี่ยวกับลักษณะและองค์ประกอบของสิ่งต่างและใช้สิ่งเหล่านั้นได้อย่างปลอดภัย 
5.รู้และสามารถใช้สิ่งของที่เป็นเทคโนโลยีอย่างง่ายๆได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย 
6.เพื่อให้มีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ 
บทบาทการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย 
1.การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย ช่วยให้เด็กได้พัฒนาความตระหนักรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกรอบตัว  เด็กจะได้รับการส่งเสริมและตอบสนองต่อคำถามที่เกิดขึ้นระหว่างการสำรวจสิ่งต่างๆรอบตัวของตนเองอย่างเหมาะสม 
2.การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย ช่วยให้เด็กได้พัฒนาคุณลักษณะตามวัยที่สำคัญ 4 ด้านได้แก่ ด้านร่างกาย การจัดกิจกรรมให้เด็กได้สำรวจสิ่งต่างๆรอบตัว เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าและใช้อุปกรณ์สำรวจอย่างง่าย ซึ่งเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็ก  ด้านอารมณ์และจิตใจ การจัดกิจกรรมสำรวจและทดลอง เด็กได้รู้จักบทบาทหน้าที่ของตนเอง รู้จักใช้เหตุผล กล้าตัดสินใจ ได้แสดงผลงานและความสามารถจากการสำรวจด้านสังคม เด็กได้ฝึกการช่วยเหลือตนเองในการทำกิจกรรม รู้จักทำงานร่วมกับเพื่อน รู้จักการให้และการรับ ฝึกการปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือข้อตกลงร่วมกัน และเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมรอบตัวและช่วยกันดูและรักษา ด้านสติปัญญา เด็กได้พัฒนาความสามารถในการถามคำถามเชิงวิทยาศาสตร์ การค้นหาคำตอบด้วยวิธีการต่างที่เหมาะสมกับวัย ได้บอกลักษณะของสิ่งที่สำรวจพบด้วยคำพูด การวาดภาพ ได้เรียนรู้ใหม่และบอกวิธีการเรียนรู้ของตนเอง 
3.การเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย ช่วยให้เด็กได้มีโอกาสใช้จิตนาการและความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ในการออกแบบและสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ตลอดจนคิดวิธีการแก้ปัญหาต่างๆตามวัยและศักยภาพผ่านทางการเล่นทางวิทยาศาสตร์ 
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยควรส่งเสริมด้านต่างๆดังนี้ 
1.สนับสนุนและส่งเสริมความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก 
2.สนับสนุนและส่งเสริมความต้องการในการตั้งคำถาม 
3.ส่งเสริมการใช้ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้ สำรวจ ตรวจสอบ จำแนกสิ่งต่างๆ 
4.ส่งเสริมกระบวนการคิด 
5.ส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ 
6.ส่งเสริมความสนใจในการดูแลและรับผิดชอบต่อสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว 
7.เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความรู้สึกชื่นชมยินดีในธรรมชาติ 
การพัฒนาแนวคิดทางวิทยาศาสตร์สามารถจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลายที่เกี่ยวข้องกับการตั้งคำถาม การทดลอง การสังเกตและการหาข้อสรุปซึ่งเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือวิธีการแก้ปัญหา ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ระดับปฐมวัย ควรให้เด็กได้ตระหนักถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ต่อไปนี้ 
1.เราต้องการค้นหาอะไร 
2.เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อการค้นหานี้ 
3.เราเห็นอะไรเกิดขึ้นบ้าง 
4.สิ่งต่างๆเหล่านี้บอกอะไรแก่เราบ้าง 
ผลที่ได้รับจากการศึกษาเอกสารแนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัยคือได้ทราบ 
หลักการและความสำคัญ เป้าหมาย บทบาทการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัย และแนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ซึ่งจะได้นำแนวทางนี้ไปจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ต่อไป 
เอกสารอ้างอิง  สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ปฐมวัย ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2546